สาเหตุของการเสียวฟัน
อาการเสียวฟันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากเกิดในวัยเด็กสาเหตุมาจากฟันผุ ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุนั้น อาการเสียวฟันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คอฟันสึก ฟันร้าวหรือเกิดฟันผุซ้ำบริเวณฟันที่ได้รับการอุดแล้ว
กลไกของอาการเสียวฟัน
อาการเสียวฟันนั้นมีจุดกำเนิดมาจากท่อเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นในเนื้อฟัน (Dentine) ท่อดังกล่าววิ่งตรงจากโพรงประสาทฟันไปยังเคลือบฟัน (Enamel) ภายในท่อเล็กๆ เหล่านี้จะมีของเหลวอยู่เต็มและมีแขนงใยประสาทอยู่ซึ่งเป็นใยประสาทที่มีความไวต่อการกระตุ้นของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของของเหลวภายใน โดยเฉพาะบริเวณท่อใกล้รอยต่อระหว่างชั้นเคลือบฟัน (Enamel) และเนื้อฟัน (Dentine) จะมีการแตกแขนงของประสาทมากและมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อฟันผุหรือสึกถึงบริเวณนี้จะทำให้เกิดอาการเสียวฟัน ขณะที่รับประทานอาหารร้อน เย็น หวาน หรือเปรี้ยว เนื่องจากสิ่งนี้จะไปกระตุ้นให้ของเหลวที่อยู่ภายในท่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ขยายตัว หดตัวและมีการเคลื่อนตัวของของเหลวภายในท่อส่งผ่านไปยังใยประสาทซึ่งจะรับรู้ว่ามีสิ่งมากระตุ้น ก็จะส่งกระแสประสาทไปยังสมองซึ่งจะแปรความรู้สึกออกมาเป็นอาการเสียวฟันเพื่อที่จะบอกเตือนให้ผู้ป่วยหยุด หรือหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้เกิดการเสียวฟัน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับโพรงประสาทฟันได้
การรักษาอาการเสียวฟัน
เมื่อเกิดอาการเสียวฟัน สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติคือ ปรึกษาทันตแพทย์ของท่าน เพื่อให้ทันตแพทย์วินิจฉัยว่าอาการเสียวฟันนั้นเกิดจากสาเหตุใดเพื่อที่จะได้รักษาอาการตามสาเหตุนั้นๆ
1. เสียวฟันเนื่องจากฟันผุ
ทันตแพทย์จะรักษาด้วยการอุดฟันโดยเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับตำแหน่งและขนาดของรอยโรคนั้นๆ อาการเสียวฟันก็จะหมดไป เนื่องจากวัสดุอุดฟันนั้นสามารถปิดท่อเล็กๆภายในเนื้อฟันได้ทั้งหมด ป้องกันมิให้มีการกระตุ้นต่อท่อเล็กๆ ดังกล่าว
2. เสียวฟันเนื่องจากฟันสึก
หากฟันซี่นั้นๆ สึกมากทันตแพทย์จะทำการอุดฟันซี่นั้น ก็สามารถกำจัดอาการเสียวฟันได้ แต่หากฟันสึกไม่มาก ทันตแพทย์ก็จะใช้ 0.4% Stannous Fluoride Gel (Gel-Kam) ทาบริเวณที่สึกและจ่ายยานี้กลับไปใช้ที่บ้าน
3. เสียวฟันเนื่องจากเหงือกร่น
อาการที่เกิดจากเหงือกร่น ทำให้รากฟันโผล่ขึ้นมาในช่องปากได้ซึ่งเคลือบฟันของรากฟันจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าเคลือบฟันของตัวฟัน ซึ่งทำให้ของเหลวอาจถูกกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมในช่องปากจนทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้ ทันตแพทย์อาจเคลือบฟูออไรย์ หรือแนะนำยาทาแก้เสียวฟัน 0.4% Stannous Fluoride Gel (Gel-Kam) ไปใช้ที่บ้านและแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่ไม่มีผงขัดฟันหรือมีผงขัดฟันเล็กน้อย
ที่มา: www.actdentalclinic.com
Posted by admin
on March 16 2009 17:12:48
| 0 Comments ·
512 Reads ·
|
|